ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่ทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของฉัน ^^

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 13


บันทึกการเรียนรู้รายวิชา การบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัย
วัน พุธ ที่ 4 เมษายน 2560 เวลา 08:30 - 11:30 น.


ความรู้ที่ได้รับ 

เรียนเนื้อหาเรื่อง 

  • นำเสนอคำคมเกี่ยวการบริหารสถานศึกษา
  • แนวคิดในการจัดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
  • รูปแบบฟอร์มการจัดตั้งโรงเรียน (โมเดลโรงเรียน)
  • กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร
โดยน.ส.ชลนิชา  สิงห์คู่

โดยน.ส.พิชญากาญจน์  นิธิสหกุล

โดยข้าพเจ้าเอง ^^

แนวคิดในการจัดสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย 
ความสำคัญของการจัดการศึกษาปฐมวัย
  • ซิกมันต์ ฟรอยด์  กล่าวว่า การปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยม และบุคลิกภาพ รวมทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กจะทำได้ดีที่สุดใในช่วงนี้ ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิต
จุดมุงหมายในการจัดการศึกษาปฐมวัย >> การพัฒนาเด็กไปในทุก ๆ ด้าน (Whole Child)
แนวทางในการดำเนินการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
  1. เด็กทุกคนมีลักษณะที่แตกต่าง
  2. พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
  3. การเลี้ยงดูและจัดประสบการณ์
  4. การพัฒนาทุกด้านมีส่วนสัมพันธ์กันหมด
  5. การเปลี่ยนแปลงทางกาย
  6. การพัฒนาการของเด็กจะเป็นไปตามขั้นตอน
  7. การเล่น
  8. เจตคติและความรู้สึก
  9. พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นจากแรงจูงใจภายในและภายนอก
  10. การแนะแนว
  11. อาหาร
  12. สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย
สถานศึกษาในระดับปฐมวัยที่จัดในระบบโรงเรียน
 - กระทรวงศึกษาธิการ
 - หน่วยงานที่จัการการศึกษาในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก

หลักเกณฑ์ในการจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
การจัดตั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน

ขั้นตอนที่ 1  ประกอบด้วย  สถานที่ > อาคาร/ที่ดิน > อาคารเรียน/ห้องเรียน/ห้องประชุม > ครุภัณฑ์และอุปกรณ์เตรียมความพร้อม 

ขั้นตอนที่ 2  ประกอบด้วย  การขอจัดตั้งโรงเรียน > การยื่นเรื่อง

การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • สำรวจความต้องการของชุมชน
  • พิจารณาเลือกรูปแบบการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
     >> รูปแบบที่ 1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ
     >> รูปแบบที่่ 2 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มอบหมายให้ผู้แทนชุมชนบริหารจัดการ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บริหารจัดการ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มอบหมายให้ผู้แทนชุมชนบริหารจัดการ


กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตร

     ความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านวิชาการในการปฏิรูปการเรียนรู้นั้น ทุกคน   ทุกฝ่ายนับเป็นองค์ประกอบสำคัญ การเป็นเพื่อนร่วมทางที่จะเดินไปด้วยกัน อย่างไว้ใจและเชื่อว่าจะชี้แนะช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ ให้ก้าวไปในทางที่ถูกต้องด้วยน้ำใจมิใช่อำนาจ คือ หนทางแห่งกัลยาณมิตร นักวิชาการนิเทศ ได้กล่าวเกี่ยวกับการนิเทศที่คำนึงถึงฐานวัฒนธรรมไทยว่า
          - ความเป็นกัลยาณมิตรเป็นกุญแจทองที่จะไขเปิดประตูแห่งความเป็นมิตร
          - ความอ่อนน้อมถ่อมตน ยังเป็นคุณสมบัติที่คนไทยทุกคนยอมรับ
          - ความจริงใจเป็นเครื่องหล่อลื่นสัมพันธภาพ
          - ความมีน้ำใจ เป็นหยดทิพย์ที่ทำให้จิตใจชุ่มชื่นบาน
          - การใช้คำพูดที่สุภาพ จริงใจสม่ำเสมอเป็นเครื่องส่งเสริมความรู้สึกที่ดีต่อกัน


กัลยาณมิตร 7 ประการในการนิเทศ


         1. ปิโย - น่ารัก สบายใจ สนิทสนม ชวนให้อยากปรึกษา
          2. ครุ - น่าเคารพ ประพฤติสมควรแก่ฐานะ อบอุ่น เป็นที่พึ่งปลอดภัย
          3.
ภาวนี
โย - น่ายกย่อง / ทรงคุณความรู้ /ภูมิปัญญาแท้จริง และหมั่นปรับปรุงตนอยู่เสมอ
          4.
อต
ตา จ - รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าควรพูดอะไร อย่างไร เป็นที่ปรึกษาที่ดี
          5.
วจนก ขโม - อดทนต่อถ้อยคำ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษา / คำถามคำวิพากษ์วิจารณ์
          6. คม
ภีรญจ กถ กต
ตา - แถลงเรื่องลึกล้ำได้ อธิบายเรื่องที่ยากให้ง่ายได้
          7. โน
จฏฐาเน นิโยชเน
- ไม่แนะนำเรื่องเหลวไหล แนะไปในทางเสื่อม 
องค์ประกอบของกัลยาณมิตร

     1. ให้ใจ - การปฐมนิเทศสร้างความเข้าใจร่วมกัน
          2. ร่วมใจ - การร่วมคิด ร่วมทำงาน แลกเปลี่ยนรู้ซึ่งกันและกัน
          3. ตั้งใจ - เป็นการร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพในการทำงาน
                       + มุ่งมั่นสู่เป้าหมายร่วมกัน
                       + ช่วยกันแก้ปัญหา
                       + ถือว่าผลงานคือคุณภาพของผู้เรียน
          4. เปิดใจ - การวัดและประเมินตนเอง ประเมินผลงาน
                       + ประเมินผลการพัฒนาการอย่างเที่ยงตรง
                       + ปราศจากอคติ


กระบวนการกัลยาณมิตร

      1. ไม่มุ่งเน้นปริมาณ - เน้นความชัดเจนของขั้นตอน วิธีการ
          2. สานพลังอาสา - เริ่มที่ศรัทธา / อาสาสมัคร / ไม่ใช่การสั่งการ
          3. เสวนาร่วมกัน - ใช้อปริหานิยธรรม ๗
                      + หมั่นประชุมเป็นเนืองนิตย์
                      + พร้อมเพรียงทำกิจที่พึงทำ
                      + ปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้/สิ่งใดดีอยู่รู้รักษา
                      + ศรัทธา ยอมรับนับถือกันและกัน
                      + ไม่บังคับ /ไม่ห้ำหั่น /ลุแก่อำนาจบังคับบัญชา
                      + พัฒนาไปตามสภาพจริงของสถานศึกษาที่เป็นเรื่องชัดแจ้ง
                      + คุ้มครองเสริมแรง ห้ำกลังใจ
          4. สร้างสรรค์ความเป็นมิตร - ชักชวนให้ร่วมกันพัฒนา
          5. ฝึกคิดมุ่งมั่น - มีความเพียร อดทน รู้จักใช้เหตุผล
          6. ทุกวันปฏิบัติ - ทำอย่างต่อเนื่อง
          7. จัดทำบันทึกแนวทาง - รู้จักสังเกตแล้วบันทึก


ปัจจัยเกื้อหนุน 4 ประการ

  • องค์ความรู้
  • แรงหนุนจากต้นสังกัด
  • ผู้บริหารทุกระดับ
  • บุคลากรทั้งสถานศึกษา
บทบาทของผู้บริหารในการนิเทศ


  •  กระบวนกัลยาณมิตร เป็นการปฏิบัติจริงในสภาพที่เป็นจริง ผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศต้องมีการปรึกษาหารือ ติดต่อสื่อสาร เยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยน
    เรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหาและให้กำลังใจกัน
  • ถ้าจะเปรียบผู้นิเทศก็เป็นเหมือนครูฝึก ( coach ) ของผู้สอน ที่จะต้องโดดลงไปร่วมคิดร่วมทำ มิใช่เพียงร้องบอกให้ผู้สอนลองผิด ลองถูก ตาม
    ยถากรรม อาจต้องบอกวิธีให้รู้ สาธิตให้ดุ และช่วยแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ
  • การพบปะสนทนาเมื่อเวลานิเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู ศึกษานิเทศก์ กรรมการศึกษา ชุมชนรอบๆสถานศึกษา จะได้ทราบทุกข์ สุข และก่อให้
    เกิดความเข้าใจในปัญหาพื้นฐาน เพื่อกำหนดจุดมุ่งหมายในการทำงานต่อไป
แนวทางการนิเทศ


          1. สร้างความสัมพันธ์ แจ้งภารกิจและความมุ่งหมาย จัดเวลา กำหนดวิธีการทำงาน
    2. จัดนิทรรศการทางวิชาการและสาธิตรูปแบบการสอน
    3. แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดบริการเอกสารทางวิชาการ
    4. วางแผนร่วมกัน เพื่อศึกษาดูงาน
    5. แนะให้ปฏิบัติตามสภาพจริง
    6. พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผลการปฏิบัติ และหาทางแก้ไขปรับปรุง
    7. เข้าร่วมประชุม สัมมนา การฝึกอบรมตามโอกาส
    8. นำเสนอผลงานในการประชุมปฏิบัติการ
    9. วัดและประเมินผลงานกัลยาณมิตรนิทศ


การนำไปประยุกต์ใช้

เข้าใจกระบวนการทำงานนิเทศโดยเบื้องต้น นำไปปรับใช้คือ การทำควาเข้าใจ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อนำเนื้อหาที่ได้ไปใช้ในอนาคตและร่วมถึงการสอบปลายภาค


การประเมินผล

ประเมินเพื่อน      ตั้งใจเรียน ตรงต่อเวลา และรับฟังการอธิบายความรู้จากอาจารย์ผู้สอน
ประเมินตนเอง     ตั้งใจเรียน ตรงต่อเวลา และเตรียมตัวในการนำเสนออย่างเต็มที่
ประเมินอาจารย์   แต่งกายเรียบร้อย ให้ข้อมูลความรู้อย่างเต็มที่และสนุกสนาน มีการนำข้อคิดคติเตือนใจมาสอดแทรกในการสอนอีกด้วย ทำให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจที่ดีได้
          

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 12


ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา
วัน พุธ ที่ 29 มีนาคม 2560 เวลา 09.00-12.00 น.  


กิจกรรมระหว่างศึกษาดูงาน
  • เดินทางจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เวลา 06.30 น.
  • เดินทางถึงศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา เวลา 07.50 น.
  • ทำกิจกรรมหน้าเสาธงพร้อมกับเด็ก ๆ ที่ศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา





รวมทำกิจกรรมหน้าเสาธงกับเด็ก ๆ






  • รองอำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษากล่าวคำต้อนรับและให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษา










  • หลังจากการให้ความรู้จากรองผู้อำนวยการเสร็จสิ้น เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น
  • โดยการตั้งคำถาม








    • สำรวจบรรยากาศโดยรอบของศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุมละ 15 คน



    • ตัวแทนนักศึกษากล่าวคำขอบคุณรองอำนวยการศูนย์พัฒนาการเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา









    จากนั้นถ่ายรูปรวมนักศึกษากลุ่มเรียน 101 ระหว่างคณะศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนและอาจารย์ประจำวิชา

    การนำไปประยุกต์ใช้

    ได้เห็นโครงสร้างการบริหารสถานศึกษา รวมถึงสภาพแวดล้อมในการจัดเตรียมในการพัฒนาผู้เรียนด้วยกิจกรรมที่มีประโยชน์และมีความพอเพียง เป็นประโยชน์ในการไปปรับใช้ในการสอนหรือกิจกรรมในเบื้องตนขอข้าพเจ้าได้

    การประเมินผล

    ประเมินเพื่อน    แต่งกายเรียบร้อย ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ร่วมกันได้
    ประเมินตนเอง   แต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา ศึกษาดูงานด้วยความตั้งใจ
    ประเมินอาจารย์  แต่งกายเรียบร้อย ดูแลเอาใจใส่นักศึกษาในการเดินทาง

      

              

    วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561

    บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 11

    บันทึกการเรียนรู้รายวิชา การบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัย
    วัน พุธ ที่ 28 มีนาคม 2560 เวลา 08:30 - 11:30 น.

    ความรู้ที่ได้รับ 

    • นำเสนอคำคมเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษา
    • นำเสนอการสัมภาษณ์ผู้บริหาร ประกอบด้วย 3 กลุ่ม
    • พูดคุยวางแผนเกี่ยวกับการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนพิทักษา
    น.ส.จิราภรณ์  ฝักเขียว
    น.ส.ไพจิตร  ฉันทรเกษมคุณ


    น.ส.ภาวิดา  บุญช่วย

    การนำไปประยุกต์ใช้


    การนำไปใช้จากการนำเสนอคำคมไปปรับใช้เรื่องของการทำงานทั้งต่อตนเอง การทำงานเป็นกลุ่มและการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน กลยุทธ์การสื่อสาร ภาวะผู้นำ แนวทางในการแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขณะที่ทำงานร่วมกับบุคคลอื่น 

    การประเมินผล

    ประเมินตนเอง      ตั้งใจฟังการนำเสนอของเพื่อน ตรงต่อเวลา เป็นผู้ฟังที่ดี
    ประเมินเพื่อน       แต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการสอน
    ประเมินอาจารย์    อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย ให้คำชี้แนะเพิ่มเติมทำให้เกิดความเข้าใจโดยง่าย

    วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

    บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 10

    บันทึกการเรียนรู้รายวิชา การบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัย
    วัน พุธ ที่ 21 มีนาคม 2560 เวลา 08:30 - 11:30 น.


    ความรู้ที่ได้รับ 


    • นำเสนอคำคมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษาต่อจากสัปดาหืที่แล้ว ประกอบด้วย น.ส.วนิดา,น.ส.ปรียานุช,น.ส.บงกช
    • เรียนเนื้อหาการเรียนการสอน เรื่อง "เทคนิคการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหาร"



      ความหมายของบุคลิกภาพ ลักษณะทั้งภายนอกและภายในที่รวมอยู่ในตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งและเป็นผลทำให้บุคคลนั้น มีความแตกต่างไปจากบุคคลอื่นๆ บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 สภาพ ด้วยกันคือ
      บุคลิกภาพภายนอก สามารถสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยการฝึกเลียนแบบ และสามารถวัดผลได้ทันที บุคลิกภาพภายนอกที่สำคัญที่สุด คือ บุคลิกภาพทางกายและวาจา
      บุคลิกภาพภายใน หมายถึง บุคลิกภาพที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เป็นส่วนที่สัมผัสได้ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาในการสัมผัส
    ประเภทของบุคลิกภาพ 
    บุคลิกภาพภายนอก  คือ  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของ
      แต่ละคนสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แบ่งได้เป็น  
      4 หมวด คือ
                1.  รูปร่างหน้าตา
                2.  การแต่งกาย
                3.  กิริยาท่าทาง
                4.  การพูด

    บุคลิกภาพภายใน  คือ สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ หรืออุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้  แก้ไขได้ยาก  เช่น
    1.      ความเชื่อมั่นในตนเอง  
    2.      ความกระตือรือร้น
    3.      ความรอบรู้  
    4.      ความคิดริเริ่ม
    5.      ความจริงใจ  
    6.      ไหวพริบปฏิภาณ
    7.      ความรับผิดชอบ  
    8.      ความจำ
    9.      อารมณ์ขัน
    การมองตัวเองในกระจกเงา
                                                           การมองเห็นตัวเอง
                                                           การยอมรับตัวเอง
                                                            การเข้าใจในตัวเอง
                                                            ความเชื่อถือตัวเอง
                                                        ความต้องการเปลี่ยนตัวเอง

    ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ลักษณะคือ
    1. การพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้แก่
    •            การพัฒนาในด้านความรู้
    •            การพัฒนาในด้านเทคโนโลยี
    •            การพัฒนาในด้านคุณลักษณะกับเจตคติ 
    2.การพัฒนาตนในด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
    •           การรู้จักตนเองและการเข้าใจตนเอง
    •           การสำรวจตนเอง
    •           การปรับปรุงตนเองในด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก ภายใน
    •           การพัฒนาลักษณะนิสัยที่ดี การพัฒนามนุษยสัมพันธ์ การพัฒนาการเรียนรู้
    การพัฒนาตนเองควรประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้
    1. พยายามค้นพบตนเอง ทำความรู้จักตนเอง โดยหมั่นตรวจตราพิจารณาตนเองถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนการกระทำของตนเอง นอกจากนี้ควรสนใจรับฟังข้อคิดเห็น หรือคำวิจารณ์ของบุคคลอื่นที่มีต่อตัวเราบ้าง ต่อจากนั้นให้หันกลับมาพิจารณาตนเองในแง่มุมเหล่านี้
      1.1 ตัวของเราที่เป็นจริงเป็นอย่างไร
      1.2 ตัวของเราที่รับรู้เป็นอย่างไร
      1.3 ตัวของเราที่เราอยากจะเป็น เป็นอย่างไร
    2.  เมื่อได้พิจารณาตนเองแล้ว รู้จักตนเองแล้ว เรายอมรับได้ไหมว่า สิ่งนั้นคือตัวเรา การยอมรับตนเองนั้น ควรจะยอมรับทั้งในส่วนที่เป็นจุดอ่อน และจุดเด่นไปด้วยกัน มิใช้จะยอมรับแต่จุดเด่น แล้วไม่สนใจจุดอ่อนโดยไม่ยอมรับจุดอ่อน
    3.  ท้ายที่สุด คือ การหาทางพัฒนาจุดอ่อนหรือส่วนที่เราไม่พอใจที่อยู่ในตัวเรา (bed me) ให้ดีขึ้น (good me)
    การพัฒนาบุคลิกภาพด้านการเรียนรู้
      ในโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นครูจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ให้ตรงกับตนเองอยู่เสมอ ประกอบด้วย การฟัง การอ่าน การเขียน การสังเกต การคิด การทดลอง

    การนำไปประยุกต์ใช้
           การนำไปใช้จากการนำเสนอคำคมไปปรับใช้เรื่องของการทำงานทั้งต่อตนเอง การทำงานเป็นกลุ่มและการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้นำไปปรับใช้การเสริมสร้างบุคลิกภาพในการทำงานตนเองในอนาคต
    การประเมินผล
    ประเมินตนเอง      ตั้งใจฟังการนำเสนอของเพื่อน ตรงต่อเวลา เป็นผู้ฟังที่ดี
    ประเมินเพื่อน       แต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการสอน
    ประเมินอาจารย์    อาจารย์แต่งกายเรียบร้อย ให้คำชี้แนะเพิ่มเติมทำให้เกิดความเข้าใจโดยง่าย